by Pradith Udomboon
แบบทดสอบภาษีอากร
the Exercise
Home | Exercise | Comment
ชุด :: ประมวลรัษฎากร ชุดที่ 5 (ต.ค.2556) อาทร ศรีเชียงสา
ธนาคารออมสิน จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากให้แก่ "มูลนิธิกองทุนรวม" ซึ่งเป็นมูลนิธิที่มิได้รับการประกาศกำหนดให้เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ข้อใดถูกต้อง 
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 10.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 10.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารให้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ข้อใดถูกต้อง 
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2
บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) เป็นนิติบุคคล จัดตั้งโดยพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด ได้จ่ายดอกเบี้ยตั๋วเงินให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ข้อใดถูกต้อง
 
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53
    ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2
บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2502 โดยบรรษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการลงทุนและอุตสาหกรรม บรรษัทฯ จึงเข้าลักษณะเป็นสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม หากบรรษัทฯ จ่ายเงินค่าดอกเบี้ยหุ้นกู้ ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ก) ออกไปให้กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ข้อใดถูกต้อง 
    บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และบรรษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องหักและนำส่งภาษี
    บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และบรรษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักและนำส่งภาษี ในอัตราร้อยละ 15.0
    บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และบรรษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักและนำส่งภาษี ในอัตราร้อยละ 1.0
    ผิดทุกข้อ
บริษัท โคราช จำกัด มีบัญชีเงินฝากประเภทเบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารในต่างประเทศ เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าดอกเบี้ยให้ธนาคารในต่างประเทศ ซึ่งเป็น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ (ประเทศบราซิล) และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ข้อใดถูกต้อง 
    บริษัทฯ ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0 และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54 ภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายค่าดอกเบี้ย
    บริษัทฯ ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10.0 และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54 ภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายค่าดอกเบี้ย
    บริษัทฯ ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1.0 และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54 ภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายค่าดอกเบี้ย
    บริษัทฯ ผู้จ่ายไม่มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้ที่จ่าย แต่อย่างใด
ธนาคาร A ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้เข้ามาตั้งสาขาในประเทศไทย ในกรณีที่สำนักงานใหญ่ของธนาคารฯ ได้ส่งเงินทุนเข้ามาให้สาขาในประเทศไทยใช้ โดยคิดดอกเบี้ยจากเงินทุนดังกล่าวนั้น โดยสาขาในประเทศไทยได้จ่ายดอกเบี้ยออกไปให้สำนักงานใหญ่ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง 
    ธนาคาร A มีถิ่นที่อยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับประเทศไทย ดังนั้น แม้ว่าธนาคารสำนักงานใหญ่และสาขาในประเทศไทยจะมีฐานะเป็นนิติบุคคลเดียวกันก็ตาม แต่โดยที่อนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน ได้มีข้อบทในการกำหนดเงินได้ และค่าใช้จ่ายของสาขา ซึ่งถือเป็นสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย เสมือนหนึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากสำนักงานใหญ่ ฉะนั้น เมื่อสาขาในประเทศไทยจ่ายดอกเบี้ยออกไปให้กับสำนักงานใหญ่ สาขาในประเทศไทยจึงมีสิทธินำดอกเบี้ยนั้น มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของสาขาได้
    เมื่อสาขาในประเทศไทยจ่ายดอกเบี้ยดังกล่าวออกไปให้สำนักงานใหญ่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สาขามีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 10 ของดอกเบี้ยตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 11 วรรคสอง แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนด้วย
    เมื่อสาขาในประเทศไทยจ่ายดอกเบี้ยดังกล่าวออกไปให้สำนักงานใหญ่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สาขาไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่อย่างใด
    ผิดทุกข้อ
บริษัท โคราช จำกัด ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากสาขาในประเทศบราซิลของธนาคาร ก. ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย โดยบริษัทฯ ได้ส่งกรรมการของบริษัท โคราช จำกัด เดินทางไปเจรจาและลงนามในสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวในประเทศบราซิลโดยตรงและสาขาบราซิลของธนาคาร ก. ได้ระดมเงินทุนจากแหล่งเงินกู้ และจากการรับฝากเงินในต่างประเทศทั้งจำนวน โดยไม่ได้นำเงินทุนของสำนักงานใหญ่หรือของสาขาอื่น ๆ ในประเทศไทยมาใช้ในการให้กู้แต่อย่างใด เมื่อถึงกำหนดใช้คืนเงินกู้ยืมดังกล่าว บริษัท โคราช จำกัด จะจัดส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยออกไปให้สาขาบราซิลของธนาคาร ก. ในประเทศบราซิลโดยตรง ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง 
    สาขาในประเทศบราซิลตามข้อเท็จจริงข้างต้น เป็นสาขาของธนาคาร ก. ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ดังนั้น เมื่อบริษัท โคราช จำกัด จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสาขาบราซิลของธนาคาร ก. จึงเป็นกรณีที่บริษัท โคราช จำกัด จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับบริษัทซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และบริษัท โคราช จำกัด จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
    การประกอบกิจการของสาขาบราซิลตามข้อเท็จจริงข้างต้น เป็นการประกอบกิจการนอกราชอาณาจักร สาขาในประเทศบราซิลของธนาคาร ก. จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด
    เมื่อบริษัทฯ จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสาขาบราซิลของธนาคาร ก. ดังนั้นธนาคาร ก. สำนักงานใหญ่ (ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย) จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากดอกเบี้ยที่ส่งออกไปให้สาขาในประเทศบราซิลด้วย
    ผิดทุกข้อ
กรณีต่อไปนี้เป็นสมาคมฯ มิได้รับการประกาศกำหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลตามความในมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ข้อใดถูกต้อง 
    สมาคม ก. นำรายได้เงินสงเคราะห์ล่วงหน้าที่ได้รับจากสมาชิกเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารและสมาคมฯ ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากจากรายได้ดังกล่าวดอกเบี้ยเงินฝากนั้นถือเป็นรายได้ของสมาคมฯ ที่ประกอบกิจการอันมิใช่รายได้ตามมาตรา 65 ทวิ (13) แห่งประมวลรัษฎากร สมาคมฯ จึงต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ ตามข้อ 2 (จ) แห่งบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ภาษีเงินได้
    สมาคม ข. มีรายได้จากการจัดงาน Trade Show , Road Show ในประเทศไทย และต่างประเทศ รายได้จากการขายบัตรจัดสัมมนาแก่สมาชิก หรือสมาคมต่างๆ ดอกเบี้ยรับ รวมทั้งรายได้เบ็ดเตล็ดอื่นๆ สมาคมฯ ต้องนำรายได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ กรณีสมาคมฯ ได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หากสมาคมฯ ต้องกระทำกิจการสิ่งใดให้แก่ สสปน. เพื่อตอบแทนเงินสนับสนุนดังกล่าว สมาคมฯ ต้องนำเงินสนับสนุนที่ได้รับจาก สสปน. มารวมคำนวณเป็น รายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร แต่หากเงินสนับสนุน ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเงินรับบริจาคหรือจากการให้โดยเสน่หา สมาคมฯ ไม่ต้องนำเงินดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 ทวิ(13) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด
    สมาคม ค. ได้จัดสร้างพระพุทธโสธรฯ จำหน่ายเพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแบ่งออกไปใช้ดำเนินกิจกรรม สาธารณกุศลต่างๆ และเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่เรียนดีแต่ยากจน และนำไปใช้ในการก่อสร้าง ที่ทำการถาวรของสมาคมฯ โดยไม่ได้แสวงหาผลกำไร หรือทำเป็นปกติธุระ กรณีนี้สมาคมฯ ต้องนำเงินได้จากการจำหน่ายพระพุทธโสธรฯ ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร มาคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลใน อัตราร้อยละ 2.0 ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใดๆ ตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วย การลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 250) พ.ศ. 2535
    ถูกทุกข้อ
สหกรณ์ ก. จัดตั้งเป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ประกอบกิจการขายเมล็ดทานตะวัน ข้อใดถูกต้อง 
    สหกรณ์ดังกล่าว ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนั้น ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่สหกรณ์ดังกล่าว ไม่มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด
    การประกอบกิจการขายเมล็ดทานตะวัน โดยขายไปทั้งเมล็ดตามที่ได้ซื้อมาจากเกษตรกรให้แก่นิติบุคคลอื่น ถือเป็นการขายพืชผลทางการเกษตร ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81(1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร แต่การขายเมล็ดทานตะวันที่ได้แปรรูปหรือ แปรสภาพเป็นอาหาร หรือเป็นสินค้าอื่นแล้ว ไม่ว่าจะบรรจุกระป๋องภาชนะหรือหีบห่อที่ผนึกในลักษณะมั่นคง หรือไม่ ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
    สหกรณ์จ่ายเงินค่าซ่อมแซมอาคารของสหกรณ์ ให้บริษัท ข จำกัด เข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินได้ค่าจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร สหกรณ์มีหน้าที่ต้องหัก ภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 และหากสหกรณ์จ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงานของสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร สหกรณ์มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร
    ถูกทุกข้อ
10  ข้อใดถูกต้อง 
    สหกรณ์ฯ เป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร จึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารฯ ผู้จ่ายดอกเบี้ยไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากสหกรณ์ฯ แต่อย่างใด
    กองทุนพัฒนาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ก. จัดตั้งขึ้นตามระเบียบมหาวิทยาลัย ก. ว่าด้วยกองทุนพัฒนาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ก. พ.ศ. 2545 และเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย ก. ซึ่งมหาวิทยาลัย ก. มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ก. พ.ศ. 2522 ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร
    มูลนิธิหรือสมาคมที่ได้รับการประกาศกำหนดให้เป็นองค์การกุศลสถานสาธารณะ ไม่เข้าลักษณะเป็น "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" ตามบทนิยามในมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร
    ถูกทุกข้อ