<   หน้าหลัก   ผู้สร้างเว็บ   ประมวล   แบบทดสอบ   คลังความรู้   video   เว็บบอร์ด   กรมสรรพากร   คลินิคภาษี   >
แบบทดสอบภาษีอากร
ทบทวนความรู้ด้วยการทำแบบทดสอบ (ไม่สงวนลิขสิทธิ์ สามารถคัดลอกหรือนำไปเผยแพร่ได้ครับ)
มีทั้งสิ้น   124  ชุด  865  ข้อ | สรุปข้อคิดเห็น/เสนอแนะ | สถิติการทำแบบทดสอบ
ชุด :: ประมวลรัษฎากร ชุดที่ 5 (ต.ค.2556) อาทร ศรีเชียงสา
1 ธนาคารออมสิน จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากให้แก่ "มูลนิธิกองทุนรวม" ซึ่งเป็นมูลนิธิที่มิได้รับการประกาศกำหนดให้เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ข้อใดถูกต้อง     

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 10.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 10.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2
2 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารให้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ข้อใดถูกต้อง     

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2
3 บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) เป็นนิติบุคคล จัดตั้งโดยพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด ได้จ่ายดอกเบี้ยตั๋วเงินให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ข้อใดถูกต้อง
     

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53

ธนาคารฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2
4 บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2502 โดยบรรษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการลงทุนและอุตสาหกรรม บรรษัทฯ จึงเข้าลักษณะเป็นสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม หากบรรษัทฯ จ่ายเงินค่าดอกเบี้ยหุ้นกู้ ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ก) ออกไปให้กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ข้อใดถูกต้อง     

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และบรรษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องหักและนำส่งภาษี

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และบรรษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักและนำส่งภาษี ในอัตราร้อยละ 15.0

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และบรรษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักและนำส่งภาษี ในอัตราร้อยละ 1.0

ผิดทุกข้อ
5 บริษัท โคราช จำกัด มีบัญชีเงินฝากประเภทเบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารในต่างประเทศ เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าดอกเบี้ยให้ธนาคารในต่างประเทศ ซึ่งเป็น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ (ประเทศบราซิล) และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ข้อใดถูกต้อง     

บริษัทฯ ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0 และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54 ภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายค่าดอกเบี้ย

บริษัทฯ ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10.0 และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54 ภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายค่าดอกเบี้ย

บริษัทฯ ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1.0 และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54 ภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายค่าดอกเบี้ย

บริษัทฯ ผู้จ่ายไม่มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้ที่จ่าย แต่อย่างใด
6 ธนาคาร A ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้เข้ามาตั้งสาขาในประเทศไทย ในกรณีที่สำนักงานใหญ่ของธนาคารฯ ได้ส่งเงินทุนเข้ามาให้สาขาในประเทศไทยใช้ โดยคิดดอกเบี้ยจากเงินทุนดังกล่าวนั้น โดยสาขาในประเทศไทยได้จ่ายดอกเบี้ยออกไปให้สำนักงานใหญ่ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง     

ธนาคาร A มีถิ่นที่อยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับประเทศไทย ดังนั้น แม้ว่าธนาคารสำนักงานใหญ่และสาขาในประเทศไทยจะมีฐานะเป็นนิติบุคคลเดียวกันก็ตาม แต่โดยที่อนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน ได้มีข้อบทในการกำหนดเงินได้ และค่าใช้จ่ายของสาขา ซึ่งถือเป็นสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย เสมือนหนึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากสำนักงานใหญ่ ฉะนั้น เมื่อสาขาในประเทศไทยจ่ายดอกเบี้ยออกไปให้กับสำนักงานใหญ่ สาขาในประเทศไทยจึงมีสิทธินำดอกเบี้ยนั้น มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของสาขาได้

เมื่อสาขาในประเทศไทยจ่ายดอกเบี้ยดังกล่าวออกไปให้สำนักงานใหญ่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สาขามีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 10 ของดอกเบี้ยตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 11 วรรคสอง แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนด้วย

เมื่อสาขาในประเทศไทยจ่ายดอกเบี้ยดังกล่าวออกไปให้สำนักงานใหญ่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สาขาไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่อย่างใด

ผิดทุกข้อ
7 บริษัท โคราช จำกัด ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากสาขาในประเทศบราซิลของธนาคาร ก. ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย โดยบริษัทฯ ได้ส่งกรรมการของบริษัท โคราช จำกัด เดินทางไปเจรจาและลงนามในสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวในประเทศบราซิลโดยตรงและสาขาบราซิลของธนาคาร ก. ได้ระดมเงินทุนจากแหล่งเงินกู้ และจากการรับฝากเงินในต่างประเทศทั้งจำนวน โดยไม่ได้นำเงินทุนของสำนักงานใหญ่หรือของสาขาอื่น ๆ ในประเทศไทยมาใช้ในการให้กู้แต่อย่างใด เมื่อถึงกำหนดใช้คืนเงินกู้ยืมดังกล่าว บริษัท โคราช จำกัด จะจัดส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยออกไปให้สาขาบราซิลของธนาคาร ก. ในประเทศบราซิลโดยตรง ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง     

สาขาในประเทศบราซิลตามข้อเท็จจริงข้างต้น เป็นสาขาของธนาคาร ก. ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ดังนั้น เมื่อบริษัท โคราช จำกัด จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสาขาบราซิลของธนาคาร ก. จึงเป็นกรณีที่บริษัท โคราช จำกัด จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับบริษัทซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และบริษัท โคราช จำกัด จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

การประกอบกิจการของสาขาบราซิลตามข้อเท็จจริงข้างต้น เป็นการประกอบกิจการนอกราชอาณาจักร สาขาในประเทศบราซิลของธนาคาร ก. จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด

เมื่อบริษัทฯ จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสาขาบราซิลของธนาคาร ก. ดังนั้นธนาคาร ก. สำนักงานใหญ่ (ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย) จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากดอกเบี้ยที่ส่งออกไปให้สาขาในประเทศบราซิลด้วย

ผิดทุกข้อ
8 กรณีต่อไปนี้เป็นสมาคมฯ มิได้รับการประกาศกำหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลตามความในมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ข้อใดถูกต้อง     

สมาคม ก. นำรายได้เงินสงเคราะห์ล่วงหน้าที่ได้รับจากสมาชิกเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารและสมาคมฯ ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากจากรายได้ดังกล่าวดอกเบี้ยเงินฝากนั้นถือเป็นรายได้ของสมาคมฯ ที่ประกอบกิจการอันมิใช่รายได้ตามมาตรา 65 ทวิ (13) แห่งประมวลรัษฎากร สมาคมฯ จึงต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ ตามข้อ 2 (จ) แห่งบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ภาษีเงินได้

สมาคม ข. มีรายได้จากการจัดงาน Trade Show , Road Show ในประเทศไทย และต่างประเทศ รายได้จากการขายบัตรจัดสัมมนาแก่สมาชิก หรือสมาคมต่างๆ ดอกเบี้ยรับ รวมทั้งรายได้เบ็ดเตล็ดอื่นๆ สมาคมฯ ต้องนำรายได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ กรณีสมาคมฯ ได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หากสมาคมฯ ต้องกระทำกิจการสิ่งใดให้แก่ สสปน. เพื่อตอบแทนเงินสนับสนุนดังกล่าว สมาคมฯ ต้องนำเงินสนับสนุนที่ได้รับจาก สสปน. มารวมคำนวณเป็น รายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร แต่หากเงินสนับสนุน ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเงินรับบริจาคหรือจากการให้โดยเสน่หา สมาคมฯ ไม่ต้องนำเงินดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 ทวิ(13) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด

สมาคม ค. ได้จัดสร้างพระพุทธโสธรฯ จำหน่ายเพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแบ่งออกไปใช้ดำเนินกิจกรรม สาธารณกุศลต่างๆ และเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่เรียนดีแต่ยากจน และนำไปใช้ในการก่อสร้าง ที่ทำการถาวรของสมาคมฯ โดยไม่ได้แสวงหาผลกำไร หรือทำเป็นปกติธุระ กรณีนี้สมาคมฯ ต้องนำเงินได้จากการจำหน่ายพระพุทธโสธรฯ ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร มาคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลใน อัตราร้อยละ 2.0 ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใดๆ ตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วย การลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 250) พ.ศ. 2535

ถูกทุกข้อ
9 สหกรณ์ ก. จัดตั้งเป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ประกอบกิจการขายเมล็ดทานตะวัน ข้อใดถูกต้อง     

สหกรณ์ดังกล่าว ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนั้น ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่สหกรณ์ดังกล่าว ไม่มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด

การประกอบกิจการขายเมล็ดทานตะวัน โดยขายไปทั้งเมล็ดตามที่ได้ซื้อมาจากเกษตรกรให้แก่นิติบุคคลอื่น ถือเป็นการขายพืชผลทางการเกษตร ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81(1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร แต่การขายเมล็ดทานตะวันที่ได้แปรรูปหรือ แปรสภาพเป็นอาหาร หรือเป็นสินค้าอื่นแล้ว ไม่ว่าจะบรรจุกระป๋องภาชนะหรือหีบห่อที่ผนึกในลักษณะมั่นคง หรือไม่ ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

สหกรณ์จ่ายเงินค่าซ่อมแซมอาคารของสหกรณ์ ให้บริษัท ข จำกัด เข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินได้ค่าจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร สหกรณ์มีหน้าที่ต้องหัก ภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 และหากสหกรณ์จ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงานของสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร สหกรณ์มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร

ถูกทุกข้อ
10 ข้อใดถูกต้อง     

สหกรณ์ฯ เป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร จึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารฯ ผู้จ่ายดอกเบี้ยไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากสหกรณ์ฯ แต่อย่างใด

กองทุนพัฒนาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ก. จัดตั้งขึ้นตามระเบียบมหาวิทยาลัย ก. ว่าด้วยกองทุนพัฒนาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ก. พ.ศ. 2545 และเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย ก. ซึ่งมหาวิทยาลัย ก. มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ก. พ.ศ. 2522 ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร

มูลนิธิหรือสมาคมที่ได้รับการประกาศกำหนดให้เป็นองค์การกุศลสถานสาธารณะ ไม่เข้าลักษณะเป็น "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" ตามบทนิยามในมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร

ถูกทุกข้อ

ดูสถิติของท่าน คลิกที่ แบบทดสอบ > สถิติการทำแบบทดสอบ > ชื่อท่านนะครับ
 หน้าหลัก   ผู้สร้างเว็บ   ประมวล   แบบทดสอบ   คลังความรู้   video   เว็บบอร์ด   กรมสรรพากร   คลินิคภาษี